เชื่อกันว่าสุนัขสายพันธุ์ "ปั๊ก" ถือกำเนิดในประเทศจีนเมื่อราว 400 ปีก่อนคริสตกาล อย่างไรก็ตาม จากหลักฐานการจดบันทึกทางประวัติศาสตร์บางชิ้นซึ่ง มีอายุย้อนไปได้เกือบ 600 ปีก่อนคริสตกาลก็มีการกล่าวถึง "สุนัขปากสั้น" ที่น่าจะเป็นบรรพบุรุษดั้งเดิมของสุนัขสายพันธุ์นี้มาก่อนแล้ว
 
 

ในประเทศจีนยุคหนึ่ง ปั๊กได้รับสถานะเป็น “สุนัขหลวง” เป็นสมบัติส่วนพระองค์ของจักรพรรดิจีน พวกเค้าได้รับการปกป้องดูแลเฉกเช่นสมาชิกคนสำคัญ ในราชวงศ์ และในปี ค.ศ.950 ชื่อของปั๊กยังได้รับการกล่าวถึงในพจนานุกรมจีนซึ่งองค์จักรพรรดิคังซี ทรงรับสั่งให้เหล่าราชบัณฑิตจัดทำขึ้นด้วย

เวลาต่อมา สุนัขสายพันธุ์ปั๊กก็เริ่มแพร่หลายไปยังภูมิภาคอื่นๆ ของโลก โดยมีสาเหตุหลักเนื่องมาจากการเดินทางค้าขาย ระหว่างประเทศจีนกับชาติอื่นๆ ซึ่งเจริญรุดหน้าขึ้นอย่างมาก ปั๊กจึงได้ไปปรากฏตัวและมีชื่อเสียงในประเทศต่างๆ แถบยุโรปทั้งฝรั่งเศส โปรตุเกส สเปน ฮอลแลนด์ และอังกฤษ โดยมักนิยมเลี้ยงในหมู่ชนชั้นสูง แต่ประเทศฝั่งตะวันตกที่ปั๊กสามารถสร้างชื่อเสียงโด่งดังที่สุดคงหนีไม่พ้น “ประเทศดัทช์ (Dutch)” หรือ “ประเทศฮอลแลนด์” เพราะที่นี่ปั๊กได้รับการยกย่องให้เป็นสุนัขหลวงประจำราชวงศ์ออเรนจ์แห่งฮอลแลนด์

  หลังจากปั๊กตัวหนึ่งได้สร้างวีรกรรมในการช่วยชีวิต ‘เจ้าชายวิลเลี่ยม เดอะ ไซเลนท์ (William the Silent)’ เจ้าชายแห่งฮอลแลนด์เอาไว้ โดยการเห่าเตือนเจ้าชายให้ล่วงรู้ ถึงการบุกรุกของมือสังหารชาวสเปน 2 คนซึ่งลักลอบเข้ามายังที่พักของพระองค์ ระหว่างทำสงครามกับสเปน ณ เมือง Hermingny ในปี ค.ศ.1572

 
 

ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 18 ที่การ ประกวดสุนัขในประเทศอังกฤษเฟื่องฟูที่สุด ปั๊กก็เป็นสุนัขอีกสายพันธุ์หนึ่งที่ได้รับ ความนิยมอย่างมากในสนามประกวด ถึงกับมีการสั่งซื้อปั๊กสีดำจากประเทศจีน เพื่อนำมาโชว์ตัวในงานประกวดโดยเฉพาะ สุนัขสายพันธุ์นี้ได้รับการรับรองจาก AKC เมื่อปี ค.ศ.1885 และคงเป็นเพราะความน่ารัก ตลกขบขัน พร้อมดวงตาใสซื่อเป็นประกายที่เป็น เสน่ห์อันไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน จึงทำให้ปั๊กสามารถครองความนิยมมาได้ถึงทุกวันนี้

 
 
ลักษณะทั่วไป ลำตัวมีขนาดเล็กกะทัดรัด สมส่วน อกกว้าง โครงสร้างลำตัวเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส
ขนาด ทั้งตัวผู้และตัวเมียควรมีความสูงอยู่ในช่วง 22-28 เซนติเมตร และมีน้ำหนักประมาณ 6.5-8 กิโลกรัม
ศีรษะ หัวเป็นทรงกลมเมื่อมองจากด้านหน้า ใบหน้าแบนเมื่อมองจากด้านข้าง หัวใหญ่ แต่ได้สัดส่วนกับลำตัว
จมูก จมูกมีสีดำ กว้าง มองด้านข้างไม่เห็นดั้งจมูก
ตา ดวงตากลมโต นัยน์ตาสีเข้ม แววตาอ่อนโยน อยากรู้อยากเห็น สดใสเป็นประกาย
หู ใบหูสีดำ เล็ก บาง อ่อนนุ่มเหมือนผ้ากำมะหยี่ มี 2 แบบคือหูกุหลาบและหูกระดุม

หูกระดุม
(Button Ear)
หูกุหลาบ
(Rose Ear)
ปาก ปากสั้นทู่ ควรมีสีดำ ฟันสบกันพอดี หรือฟันล่างครอบฟันบนเล็กน้อย
มาร์คกิ้ง จมูก ปาก หน้า หู และนิ้วเท้า ควรมีสีดำ
รอยย่น รอยย่นเป็นเอกลักษณ์สำคัญของสุนัขพันธุ์นี้ ปั๊กที่ถูกมาตรฐานควรจะมีรอยย่นที่ริมฝีปาก ใบหน้า หน้าผาก เรื่อยลงมาจนถึงใต้คางเป็นชั้นๆ เป็นลอนใหญ่ ลึกลงไปถึงหลังต้นคอ
ขา ขาแข็งแรง มั่นคง ขาไม่งอ เวลายืนขาจะทำมุมตั้งฉากกับพื้น
เท้า เท้ามีขนาดไล่เลี่ยกับเท้ากระต่าย ลักษณะของเท้าไม่ถึงกับกลมมน แต่ก็ไม่แบะออกจากกันมาก ปลายเท้าและเล็บเท้าควรมีสีดำ
หาง หางควรขดเป็นวงแน่นจนแลดูคล้ายกับเลขหนึ่งไทย หางที่สมบูรณ์จะต้องขดเป็นวง 2 ชั้น และตั้งอยู่บนส่วนหลังของสะโพก ปลายหางจะม้วนคร่อมพาดเฉียงออกทางด้านใดด้านหนึ่งของลำตัว
ขน มีขนสองชั้น สั้นแต่หนา เส้นขนอ่อนนุ่มแต่ไม่ถึงกับพลิ้วและไม่แข็งกระด้าง
สี สีครีมอมน้ำตาล หรือสีดำ สำหรับปั๊กสีดำการมีสีขาวที่อกและท้องถือเป็นเรื่องปกติ แต่สีอื่นๆ ไม่ควรมีสีขาวแซมเป็นอันขาด
 
หนูเป็นหมาขี้ร้อนคะ ชอบนั่งหน้าเพราะ แอร์เย็นดี
ถ้าเป็นรถเก๋งแบบซีวิค ให้นอนข้างหลังก็ได้ นะคะ นอนสบายสุดๆ
อันที่จิงหนูตัวไม่ใหญ่มาก ... ถ้าให้นั่งหลังก็ต้อง เอาขนมมาเคี้ยวเล่นให้ด้วยคะ ไม่งั้นหนู ไม่ยอมด้วย
 
 
 
แหล่งข้อมูล:
สุนัขพันธุ์ปั๊ก ชื่อ : อะตอม
เจ้าของ: คุณตวงภูมิ สาทรานุวัฒน์
ถ่ายภาพโดย Trinity

 
Copyright 2010 Honda Automobile (Thailand) Co.,Ltd. All Rights Reserved.